จำนวนผู้เข้าชมครั้ง
จำนวนผู้เข้าชม

 

 

 

 

หน้าหลัก เกี่ยวกับเรา ถาม-ตอบ ผลิตภัณฑ์ วิธีสั่งซื้อ ติดต่อเรา

Introduction
ปัจจุบันมีปัญหาทางการเกษตรของประเทศไทยเกิดขึ้นมากมาย ทั้งที่มีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงของโลกและมากที่สุดคือฝีมือมนุษย์เอง  เช่น

ปัญหาเรื่องดิน
     ส่วนใหญ่เป็นเรื่องดินเสื่อมโทรม ดินขาดอินทรียวัตถุ การปฏิวัติการเกษตรกรรมซึ่งต้องการผลผลิตที่สูง จึงหันมานิยมใช้ปุ๋ยเคมี สารเคมีทางการเกษตร เมื่อใช้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆเข้า ผลเสียก็เกิดขึ้นกับดิน
อันดับแรก คือดินขาดอินทรียวัตถุเพราะการใช้แต่ปุ๋ยเคมี ไม่ใช้ปุ๋ยอินทรีย์
อันดับ 2 ดินเป็นกรด จากการใช้แต่ปุ๋ยเคมีและสารเคมี ทำให้ไม่สามารถปลูกพืชให้ได้ผลผลิตที่สูง เปลืองปุ๋ย และโรคพืชระบาดได้ง่าย

ปัญหาเรื่อง
น้ำเป็นกรด สาเหตุจากปุ๋ยเคมี สารเคมีทางการเกษตร และฝนกรด

ปัญหาเรื่องปุ๋ย
ปุ๋ยเคมีมีราคาแพงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นไปด้วย

ปัญหาเรื่องเชื้อโรคและแมลงศัตรูพืช
     ประเทศไทยอยู่ในเขตร้อนชื้น ปัญหาใหญ่ที่สุดก็ เรื่องโรคและแมลงศัตรูพืช การแก้ไขในปัจจุบันนิยมใช้สารเคมีกำจัด ทำให้เกิดปัญหาต่างๆตามมาอีกมากมาย อาทิเช่น การทำลายระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม การทำลายสุขภาพของทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค จะเห็นว่าในปัจจุบันคนไทยตายด้วยโรคมะเร็งเป็นอันดับหนึ่ง
ซึ่งปัญหาต่างๆข้างต้นสามารถที่จะแก้ไขได้โดยเทคโนโลยี่ทางชีวภาพ ก็คือ การใช้จุลินทรีย์นั่นเอง และในช่วงเวลาที่กระแสเกษตรอินทรีย์กำลังมาแรง ก็ถึงเวลาของพระเอกอย่างจุลินทรีย์แล้วครับ

Super Mirobes  : จุลินทรีย์ SM เกิดจากเรียนรู้  ศึกษา ค้นคว้า พัฒนา   เทคโนโลยี่ทางชีวภาพเรื่องจุลินทรีย์ธรรมชาติในประเทศไทย เพื่อที่จะนำประโยชน์ของจุลินทรีย์ซึ่งเป็นสิ่งที่มีชีวิตขนาดเล็กมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น มีหลากหลายชนิด มาใช้เพื่อแก้ไขปัญหาทางการเกษตรและพัฒนาการเกษตรอินทรีย์ของประเทศไทย
1. อันดับแรกคือการใช้จุลินทรีย์ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยย่อยสลายวัสดุอินทรีย์และสิ่งที่เหลือใช้ที่ไร้ค่า กลับนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้ โดยสามารถนำมาผ่านขบวนการย่อยสลายของจุลินทรีย์ และสามารถที่จะนำไปใช้เป็นปุ๋ยอินทรีย์ ในการปรับปรุงบำรุงแก้ไขการใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทำให้ดินกลับมามีความอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเกษตรกรรม
2.  การใช้จุลินทรีย์เพื่อช่วยในการปรับปรุงดินให้มีโครงสร้างดี มีลักษณะร่วนซุยและมีการระบายน้ำและอากาศดี ทำให้ดินมีความสามารถดูดซับน้ำและธาตุอาหารพืชสูงขึ้นและช่วยรักษาสภาพความเป็นกรด-ด่างของดิน (ค่า PH) ให้มีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย 3.การใช้จุลินทรีย์ เพื่อแก้ไขปัญหาเรี่องโรคและแมลงศัตรูพืช

โดยมุ่งหวังให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนในการผลิตโดยเฉพาะเรื่องปุ๋ย  ซึ่งเกษตรกรสามารถทำปุ๋ยอินทรียืใช้ได้เองในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งประหยัดทั้งเวลาและต้นทุน โดยเน้นเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริการให้ความรู้พื้นฐานการเกษตรโดยเฉพาะด้านดินและปุ๋ยเพื่อการจัดการในการปลูกพืชอย่างถูกต้องและเหมาะสมอินทรีย์เพื่อผลผลิตที่ปลอดภัย และรักษาสิ่งแวดล้อมการสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรเกษตรกรให้อยู่ได้อย่างยั่งยืนและ  สามารถเกื้อกูลซึ่งกันและกันได้และการยกระดับอาชีพเกษตรกรรมให้สามารถสร้างฐานะ สร้างรายได้ และสร้างความเป็นอยู่ทีดีและมั่นคงยืน

Super Mirobes  จุลินทรีย SM
คำนำ

     เกษตรธรรมชาติถือว่า “ดินดี” คือ “ดินที่มีชีวิต”เป็นดินที่มีความสมดุลของสิ่งมีชีวิตในดินรวมถึงจุลินทรีย์ที่อยู่ในดิน ดินที่เหมาะสมที่สุดในการทำการเกษตรคือดินที่มีจุลินทรีย์อาศัยอยู่หลายกลุ่ม โดยมีความเหมาะสมในด้านจำนวนจุลินทรีย์และความหลากหลายของจุลินทรีย์
ในปัจจุบันเกษตรกรมักจะนำผลผลิตทางการเกษตรที่ได้ออกจากพื้นที่โดยไม่ได้คำนึงถึงปริมาณธาตุอาหารพืชที่จะเพิ่มเข้าไปในพื้นที่ ทำให้พื้นที่ที่ทำการเกษตรส่วนใหญ่เกิดความไม่สมดุลกัน จึงมีผลทำให้ความอุดมสมบูรณ์ของดินเสื่อมโทรมลงเป็นลำดับ
จุลินทรีย์จึงมีบทบาทอย่างมากในกระบวนการนำกลับมาใช้ใหม่หรือการแปรสภาพอินทรียวัตถุในดินให้กลายเป็นธาตุอาหารที่เป็นประโยชน์กับพืช โดยจุลินทรีย์จะมีขั้นตอนของความหลากหลายในกระบวนการนำกลับมาใช้ใหม่ จุลินทรีย์มีหลายชนิด   แต่ละชนิดมีปริมาณที่มาก ซึ่งมีหน้าที่และบทบาทต่อกระบวนการต่างๆในดินแตกต่างกันไป 
เพราะฉะนั้นจึงถือได้ว่าจุลินทรีย์ก็คือตัวการสำคัญที่จะทำให้สารอินทรีย์จากซากพืชซากสัตว์ย้อนกลับไปเป็นธาตุอาหารพืชใหม่อีกครั้ง นั่นคือทำให้เกิดการหมุนเวียนธาตุอาหารพืชในดินในระบบนิเวศอย่างสมดุล อันเป็นที่มาของความอุดมสมบูรณ์ของดินที่เหมาะสมในการทำเกษตรกรรม

จุลินทรีย์ (Microorganism)
     จุลินทรีย์เป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กเซลล์เดียว  ซึ่งสามารถเกิดกระบวนการต่างๆของชีวิตได้ภายในเซลล์เพียงเซลล์เดียว  และมีคุณสมบัติของสิ่งมีชีวิตทั้งด้านสรีระวิทยา ชีวเคมี และพันธุศาสตร์ ซึ่งเป็นพื้นฐานของชีวิต นอกจากนี้ยังมีกระบวนการเมตาโบลิซึมเป็นแบบแผนเดียวกับสิ่งมีชีวิตชั้นสูง   จุลินทรีย์มีขนาดเล็กไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า  ต้องอาศัยกล้องจุลทรรศน์ช่วยขยายให้มองเห็นรูปร่างและลักษณะของเซลล์ จุลินทรีย์สามารถขยายพันธุ์ดัวยการแยกตัวโดยแยกจาก 1 เป็น 2 จาก 2 เป็น 4 ต่อเนื่องไปตลอด จุลินทรีย์จะเจริญเติบโตและเพิ่มจำนวนโดยใช้น้ำตาล (คาร์บอน) เป็นแหล่งอาหารและพลังงาน กิจกรรมของจุลินทรีย์จะช่วยย่อยสลายวัสดุอินทรีย์ให้มีโมเลกุลเล็กลงอยู่ในรูปสารประกอบฮิวมิก กรดอะมิโน ธาตุอาหารในรูปที่พืชสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้

จุลินทรีย์ในดินมีความสำคัญดังต่อไปนี้
1. ทำหน้าที่ย่อยสลายสารอินทรีย์ให้มีขนาดของโมเลกุลเล็กลง (Organic Decomposition) เปลี่ยนเป็นธาตุอาหาร เกิดการหมุนเวียนธาตุอาหารกลับมาใช้ใหม่ (Recycling) ของสารอินทรีย์ วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร หรือเศษเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมทางการเกษตร ให้กลับมาอยู่ในรูปที่เป็นประโยชน์ต่อพืช
2. มีบทบาทต่อการเปลี่ยนแปลงรูปของธาตุอาหารพืชเช่นเปลี่ยนจากรูปที่เป็นสารอินทรีย์ไปเป็นสารอนินทรีย์ (Mineralization) เพิ่มความเป็นประโยชน์ของธาตุอาหารพืช
3. ส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชโดยการสร้างสารกระตุ้นการเจริญเติบโตของพืช  (Plant Growth Regulations) เช่น ออกซิน (Auxin) จิบเบอร์เรลลิน (Gibberellin)ไซโตไคนิน (Cytokinin)เป็นต้น
4. การตรึงไนโตรเจน (Nitrogen Fixation) จุลินทรีย์หลายชนิดสามารถตรึงไนโตรเจนได้ เช่น   ไรโซเบียม (Rhizobium)
อะโซโตแบคเตอร์ (Azotobacter) สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน (Blue Green Algae)
5. จุลินทรีย์หลายชนิดมีบทบาทในการสร้างกรดอินทรีย์ (Organic Acid) ที่จะละลายแร่ธาตุอาหารพืชให้เป็นประโยชน์กับพืชต่อไป
6. จุลินทรีย์หลายชนิดมีหน้าที่กำจัดและยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ชนิดอื่นๆ รวมทั้งจุลินทรีย์ที่เป็นสาเหตุของโรคพืช จึงมีผลทำให้ลดการระบาดของโรคพืชบางชนิดลงได้
7. บทบาทของจุลินทรีย์บางชนิดในดินสามารถผลิตและปลดปล่อยสารปฏิชีวนะ (Antibiotic Substance)
8. กิจกรรมของจุลินทรีย์มีความสำคัญอย่างยิ่งที่ช่วยในการปรับปรุงดินให้มีโครงสร้างดี มีลักษณะร่วนซุยและมีการระบายน้ำและอากาศดี ทำให้ดินมีความสามารถดูดซับน้ำและธาตุอาหารพืชสูงขึ้นและช่วยรักษาสภาพความเป็นกรด-ด่างของดิน (ค่า PH) ให้มีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย

จุลินทรีย์ SM (Super Microbes)
     คือกลุ่มจุลินทรีย์ ( Microbial collaboration ) ซึ่งประกอบด้วย
-   แบคทีเรีย ( Bacteria) 
-   รา (Fungi)     
-   แอคติโนมัยซิท (Actinomycetes)  
     โดยมีคุณสมบัติดังนี้   
-   กลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพสูงในการย่อยสลายเซลลูโลส หรือเศษพืช (Cellulolytic Microorganism) ประกอบไปด้วยแบคทีเรีย (Bacteria) รา (Fungi) และ แอคติโนมัยซิท (Actinomycetes) ซึ่งจุลินทรีย์กลุ่มนี้จะปล่อยเอนไซม์ (Enzymes) ออกมาย่อยสลายเศษพืชและซากสัตว์
-   กลุ่มจุลินทรีย์ละลายฟอสเฟตและธาตุอาหารพืชอื่นๆ (Phosphate and Other Nutrient  Elements  Solubilizing Microorganisms)
-   กลุ่มจุลินทรีย์ที่สามารถสร้างฮอร์โมนซึ่งเป็นสารกระตุ้นการเจริญเติบโตของพืช  
เช่นออกซิน(Auxin) จิบเบอร์เรลลิน (Gibberellin) และไซโตไคนิน
(Cytokinin) สามารถช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช
-   กลุ่มจุลินทรีย์ที่ผลิตสารปฏิชีวนะที่ป้องกันและทำลายโรคพืช  
-   กลุ่มจุลินทรีย์ที่สามารถเจริญเติบโตอยู่ได้ในช่วงอุณหภูมิสูง 50-70 องศา 
เซลเซียส
-   กลุ่มจุลินทรีย์ที่สามารถย่อยสลายสารพิษและสารปนเปื้อนในดิน เช่น สารหนู
แคดเมียม ตะกั่วและปรอท เป็นต้น
-   กลุ่มจุลินทรีย์ที่เป็นกลุ่มหลักในกิจกรรมชีวเคมีของ
- วัฏจักรคาร์บอน ไฮโดรเจน และออกซิเจน
- วัฏจักรไนโตรเจน
- วัฏจักรฟอสฟอรัส
- วัฏจักรซัลเฟอร์  
- การเปลี่ยนแปลงและการหมุนเวียนเหล็ก  
-   กิจกรรมของจุลินทรีย์ช่วยในการปรับปรุงดินให้มีโครงสร้างดี มีลักษณะร่วนซุยและมีการระบายน้ำและอากาศดี ทำให้ดินมีความสามารถดูดซับน้ำและธาตุอาหารพืชสูงขึ้นและช่วยรักษาสภาพความเป็นกรด-ด่างของดิน (ค่า pH) ให้มีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย

จุลินทรีย์ SM (Super Microbes) 
    มีความสำคัญที่จะช่วยให้เกษตรกรสามารถผลิตปุ๋ยจากอินทรียวัตถุ เช่นเศษพืช ซากสัตว์ และมูลสัตว์ไว้ใช้ได้เองในระยะเวลาอันสั้นโดยไม่ต้องพึ่งพาปุ๋ยเคมีจากต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรสามารถประหยัดและลดต้นทุนในการทำเกษตรกรรม ทั้งยังช่วยลดปริมาณขยะและของเสีย ไม่ให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อันเป็นแนวทางในการทำการเกษตรอย่างยั่งยืนตามแนว และเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ปลอดภัยและสามารถแข่งขันกับตลาดโลกได้

 การใช้ประโยชน์จุลินทรีย์ SM (Super Microbes) ใช้ผลิต
1.  สารเร่งชีวภาพใช้ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ( Fertilizer Accelerator)                                    

ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตปุ๋ย
-   ปุ๋ยหมักแห้ง (Organic Fertilizer – Compost)
-   ปุ๋ยน้ำหมักปลา (Organic Fish Liquid Fertilizer)
-   ปุ๋ยน้ำหมักพืช (Organic Plant Liquid Fertilizer)
-   ปุ๋ยน้ำหมักผลไม้ (Organic Fruit Liquid Fertilizer)
     โดยใช้ระยะเวลาอันสั้นเพียง  7 วัน
2.   สารชีวภาพปรับปรุงดิน ( Bio Soil Amender)
ใช้ปรับปรุงดินด้วยกิจกรรมของจุลินทรีย์กับพื้นที่เกษตรกรรมทั่วประเทศโดยเติมจุลินทรีย์ให้กับดิน เช่น นาข้าว ไร่และ สวน
3.  สารชีวภาพ ( Bio Decomposer)
-   สารชีวภาพสำหรับผลิต Biogas  
-   สารชีวภาพสำหรับบำบัดน้ำเสียในครัวเรือนและโรงงานอุตสาหกรรม
-   สารชีวภาพสำหรับบ่อกุ้งบ่อปลา        

ประโยชน์ของจุลินทรีย์ SM (Super Microbes) ในการเกษตรกรรม
1. ใช้ในการปรับปรุงดิน (Bio Soil Amender) ด้วยการปล่อย
จุลินทรีย์สายพันธุ์ดีลงไปในดินโดยให้จุลินทรีย์ขยายตัวเป็นจำนวนมากๆไปทั่วพื้นที่เพาะปลูก จะทำให้ดินมีชีวิต มีความสมบูรณ์ทางชีวภาพ
กิจกรรมของจุลินทรีย์จะช่วยปรับปรุงดินให้มีโครงสร้างที่ดีขึ้นดังนี้
ทางกายภาพ
ดินมีลักษณะร่วนซุย มีการระบายน้ำและอากาศดี 
ทางชีวภาพ 
ดินมีชีวิต มีความหลากหลายของจุลินทรีย์สายพันธุ์ดีและ สิ่งมีชีวิตในดินอย่างสมดุลกัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการรักษาคุณภาพและความอุดมสมบูรณ์ของดินให้เหมาะสมกับการทำเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน
ทางชีวเคมี
1.ดินมีค่าความเป็นกรด-ด่าง( pH) ที่เป็นกลางอยู่ระหว่าง 5.5 – 8.5 ซึ่งจะเหมาะสมในการทำเกษตรกรรมมากที่สุด ดินมีความสามารถดูดซับน้ำและธาตุอาหารพืชสูงขึ้น
2. ช่วยในการหมุนเวียนธาตุอาหารพืช (Organic Matter Recycling) ในกระบวนการนำกลับมาใช้ใหม่ของอินทรียวัตถุในการเกษตร เช่น ซากพืช ซากสัตว์และมูลสัตว์ต่างๆ
3. จุลินทรีย์ SM เป็นสารเร่ง (Fertilizer Accelerator)
ในอุตสาหกรรมการผลิตปุ๋ยอินทรีย์มาตรฐาน ปุ๋ยหมักชีวภาพต่างๆและปุ๋ยชีวภาพ โดยใช้ระยะเวลาอ้นสั้นเพียง 7วัน ทำให้เกษตรกรไม่จำเป็นต้องพึ่งพาปุ๋ยเคมีจากต่างประเทศซึ่งมีราคาแพงและมีผลกระทบต่อสภาพดินอย่างมาก
4. จุลินทรีย์ SM มีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยพัฒนาการเกษตรอินทรีย์ของไทยให้เติบโตเป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืนอันจะนำมาซึ่งผลผลิตที่มีคุณภาพสูงและปลอดภัยทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค สามารถที่จะแข่งขันกับตลาดโลกได้
5. ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมโดยนำขยะที่เหลือใช้ในภาคต่างๆมาแปรรูปเป็นปุ๋ยใช้เป็นธาตุอาหารพืชในภาคการเกษตร
6. ช่วยให้ภาคการเกษตรมีความปลอดภัยยิ่งขึ้นทั้งในด้านการผลิตและผลผลิต อันจะช่วยพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นครัวของโลกได้อย่างรวดเร็วและถาวรตลอดไป

ภาพแสดงการทำงานของจุลินทรีย์

 

ภาพแสดงผลผลิตที่ได้จากการใช้ปุ๋ยชีวภาพ